วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

                มะกรูดลอยแก้ว 



 ส่วนผสม
            
           มะกรูดอ่อน (มีจุกและเปลือกขรุขระ)

           เกลือสมุทร

           น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม

           น้ำ 1 กิโลกรัม

 วิธีทำ
            
           1. นำมะกรูดมาปอกผิวออกให้หมด จากนั้นผ่าครึ่งมะกรูดตามแนวขวาง นำไส้ออกให้เหลือแต่                      เนื้อขาว ๆ เตรียมไว้ 
            
           2. ใส่เกลือและน้ำลงไปขยำกับมะกรูด บีบน้ำออกแล้วใส่น้ำลงไปขยำอีกครั้ง นับเป็น 1 ครั้ง ทำ                      แบบเดิมจนครบ 5 ครั้ง จากนั้นบีบน้ำออกจนแห้ง
            
           3. นำมะกรูดมาแช่ในน้ำเกลือทิ้งไว้อีก 1 คืน จะได้เนื้อมะกรูดที่ฟูขึ้น 
            
           4. นำมะกรูดมาขยำกับน้ำอีก 3 ครั้ง บีบน้ำออกจนแห้ง เตรียมไว้
            
           5. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลทรายและน้ำลงในหม้อ เคี่ยวด้วยไฟปานกลางจนเป็นน้ำเชื่อม จาก                    นั้นใส่มะกรูดลงไปเชื่อมและหมั่นคนตลอดเวลา เชื่อมประมาณ 1 ชั่วโมง จนเนื้อมะกรูดใส                         ปิดไฟ พักทิ้งไว้จนเย็น ตักใส่ถ้วย ใส่น้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

          แค่ชื่อเมนูมะกรูดลอยแก้วก็น่าสนใจแล้ว แถมยังน่ากินสุด ๆ ไปเลย ไม่น่าเชื่อว่า มะกรูดที่เราคุ้นเคยจะนำมาทำเป็นของหวานอร่อย ๆ แบบนี้ได้ด้วย

อ้างอิง http://cooking.kapook.com/view102327.html

                ขนมถั่วกวน 





       
 ส่วนผสม
             
           ถั่วเขียวเลาะเปลือก 1 1/4 ถ้วย

           น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วย

           กะทิ 2 1/4 ถ้วย

           ใบเตย (ใส่หรือไม่ไใส่ก็ได้)

 วิธีทำ
             
           1. ล้างถั่วเขียวหลาย ๆ ครั้งจนน้ำที่ล้างใส จากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้ 3-4 ชั่วโมง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พัก                       ไว้สักครู่
             
           2. เทถั่วเขียวที่สะเด็ดน้ำแล้วใส่ลงในผ้าขาวบาง ตามด้วยใบเตย จากนั้นนำไปนึ่งด้วยไฟแรง                         สูงประมาณ 15-20 นาที หรือนำไปต้มประมาณ 15 นาทีจนถั่วสุก นำออกจากชุดนึ่งแล้วเกลี่ย                     บาง ๆ พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท
             
           3. นำถั่วนึ่งสุกไปปั่นหรือตำให้ละเอียด
             
           4. ใส่ถั่วบดลงในกระทะ ตามด้วยน้ำตาล และกะทิ คนผสมให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟอ่อน กวนผสม                     ไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมแห้งและไม่ติดกระทะ 
             
           5. ตักใส่ถาดแล้วเกลี่ยให้เรียบ ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร (ป้องกันหน้าขนมแห้ง) พักทิ้งไว้                     ประมาณ 15 นาทีจนเย็นและแห้ง ตัดเป็นชิ้น ๆ หรือกดเป็นรูปต่าง ๆ พร้อมเสิร์ฟ
             
          เคล็ดลับ : ถ้าต้องการความหอมสามารถนำไปอบควันเทียนประมาณ 15 นาทีหรือจนควันเทียนหมดก่อนเสิร์ฟ

อ้างอิง http://cooking.kapook.com/dessert/thai-dessert

                 กล้วยหอมบวชชีนมสดคาราเมล 



          กล้วยบวชชี ขนมไทยที่ใครก็เคยกิน แต่เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เคยลิ้มรสกล้วยหอมบวชชีนมสดคาราเมลอย่างแน่นอน แค่ได้รู้จักชื่อกลิ่นคาราเมลก็หอมลอยมาแตะจมูกแล้ว ลองทำกัน

          กล้วยหอมบวชชีนมสดคาราเมล เป็นการดัดแปลงขนมไทยอย่างกล้วยบวชชี้ที่เราคุ้นเคยนี่เอง จับมาเพิ่มเติมความอร่อยแปลกใหม่เข้าไปด้วย "คาราเมล" 





 ส่วนผสม
            
          
 กล้วยหอมสุกงอม 2 ลูก (*แล้วแต่ความชอบนะคะ ถ้าชอบแบบกล้วยเละให้ใช้กล้วยแบบงอมมาก            แต่ถ้าชอบกล้วยไม่เละก็ใช้กล้วยแบบไม่ต้องงอมมากค่ะ) 
            
          
 น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง + 2 ช้อนชา (*แยกเป็นสองส่วน) 

          
 เกลือ 2 หยิบมือ

          
 ครีมสดหรือวิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง (*ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ใช้เพื่อเพิ่มความเข้มข้นเฉย ๆ)

          
 นมสดรสจื2 ถ้วยตวง

          
 กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา (*ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

 วิธีทำ


  ปอกเปลือกกล้วยออก หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปล้างให้สะอาด
           
          *เคล็ดลับ : สำหรับคนที่ไม่รีบ แนะนำให้นำกล้วยไปต้มก่อนทั้งเปลือกด้วยน้ำเปล่า ประมาณ 10-15 นาที เพื่อกำจัดยางกล้วยทิ้ง กล้วยจะไม่ดำค่ะ*

         ใส่น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวงลงไปในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน หมั่นคนให้น้ำตาลละลายเป็นคารา                      เมล
         ปิดเตาแล้วรีบเทครีมลงไป โดยที่ยังไม่ต้องคนผสมกัน *ระวังนะคะขั้นตอนนี้ มันจะฟู่ขึ้นมา*


         พอเทครีมลงไปให้รอสักครู่ แล้วใช้พายไม้ขูดเอาคาราเมลส่วนที่แข็ง ๆ เป็นก้อนขึ้นมา
            
          *เคล็ดลับ : เราไม่ต้องการคาราเมลทั้งหมด มันจะหวานไป เราต้องการแค่รสชาติอ่อน ๆ ของมันและกลิ่นค่ะ มันจะเหลือแค่คาราเมลบางส่วนเท่านั้นที่ผสมกับครีมค่ะ ขูดออกมาแบบนี้ค่ะ เห็นไหมคะ เราแค่ขูดส่วนมากที่จับตัวแข็งออกมา ส่วนที่ละลายไปกับครีมก็ปล่อยไป ขั้นตอนนี้ทำขึ้นเพื่อไม่ให้หวานข้นจนเกินไป แต่ก็มีรสชาติที่พอดีและกลิ่นที่ยังคงอยู่เต็มที่ค่ะ


           เติมนมสดและกลิ่นวานิลลาลงไป
          
          *เคล็ดลับ 1 : หากชอบหวานมากหน่อยก็เติมน้ำตาลทรายไป 2 ช้อนชา* เติมเกลือลงไป คนผสมให้เข้ากัน
          

          *เคล็ดลับ 2 : สาเหตุที่เรามาเติมน้ำตาลสำหรับคนชอบทานหวานทีหลัง เพราะรสหวานของคาราเมลทั้งหมดมันจะหนักไป หากเราไม่เอาขึ้นเลยมันจะแสบคอค่ะ หากชอบหวานมาเติมทีหลังด้วยน้ำตาลทรายจะกลมกล่อมกว่า หากไม่ชอบหวานมาก ไม่ต้องเติมเลยค่ะ 
          
          *เคล็ดลับ 3 : กลิ่นวานิลลา สำหรับอร มันไม่กลบกลิ่นคาราเมลนะคะ แต่มันจะช่วยดึงความหอมของคาราเมลขึ้นมาอีก ถือว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวมากจริง ๆ ค่ะ

        เติมกล้วยที่เตรียมไว้ลงไป ต้มประมาณ 15 นาทีจนสุก

      ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

          แจ่บ ๆ มาถึงตรงนี้แล้วก็อยากลองทำตามบ้างเลย ไม่อยากจะนึกถึงเวลาต้มกล้วยบวชชีหม้อนี้เลยว่า ทั้งบ้านจะหอมกลิ่นคาราเมลขนาดไหน

อ้างอิง http://cooking.kapook.com/view106141.html

ขนมเปียกปูน สูตรขนมไทยเหนียวนุ่ม



วิธีทำขนมเปียกปูน สูตรขนมไทยเหนียวนุ่ม เห็นชัด ๆ ทุกขั้นตอน


        
  เอาใจคอขนมไทยด้วยวิธีทำขนมเปียกปูนใบเตยกินเอง เนื้อเหนียวนุ่ม โรยมะพร้าวขูดนิดหน่อย อร่อยสุด ๆ วิธีทำก็ไม่น่าจะยากเกินกำลัง

          ขนมเปียกปูน ขนมไทยเนื้อเหนียวนุ่ม โดดเด่นที่สีสันและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะขนมเปียกปูสีดำที่ได้จากกาบมะพร้าวเผา สีเขียวได้จากใบเตยกลิ่นหอม ๆ โรยมะพร้าวขูดลงไปอีกสักหน่อย คอขนมไทยคงจะฟินกันถ้วนหน้า วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำวิธีทำขนมเปียกปูนใบเตย สูตรจาก
คุณเนินน้ำ มาฝาก เผื่อใครอยากวัดฝีมือทำขนมไทยกันดู ดูแล้วไม่น่าจะยากอย่างที่คิด



  ส่วนผสม
            
          
 แป้งข้าวเจ้า 150 กรัม

          
 แป้งเท้ายายม่อม 80 กรัม

          
 น้ำปูนใส 1,380 กรัม

          
 น้ำตาลทราย 160 กรัม

           น้ำตาลปี๊บ 200 กรัม

          
 น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 60 กรัม

          
 มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น สำหรับโรยหน้า



  วิธีทำ

      

           ผสมแป้งข้าวเจ้ากับแป้งเท้ายายม่อมในภาชนะเข้าด้วยกัน

          
 ค่อย ๆ ใส่น้ำปูนใสลงไปแค่ให้พอนวดได้ นวดประมาณ 10 นาที

          
 ใส่น้ำตาลปี๊บและน้ำตาลทรายลงไป นวดต่อจนน้ำตาลละลายหมด




           ใส่น้ำปูนใสที่เหลือลงไป

          
 ตามด้วยน้ำใบเตย คนผสมให้เข้ากัน

          
 เทลงกรองด้วยกระชอน

           ใส่ส่วนผสมลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟกวนจนเหนียว (ในรูปสุดท้ายยังไม่เหนียวนะคะ กล้อง              แบตหมดซะก่อนค่ะ)

           ตักใส่พิมพ์ ปาดให้เรียบ 
              (Tips : ขั้นตอนนี้ต้องเร็วนิดนึงนะคะ หากปล่อยให้อุ่นขนมจะเซตตัวค่ะ)

             พักทิ้งไว้สักครู่จนขนมเซตตัวแล้วแคะออกจากพิมพ์ 
            
           โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึก (Tips : วิธีเลือกมะพร้าวทึนทึกคือ กะลาต้องไม่เป็นสีน้ำตาล                   เข้ม เวลาซื้อให้ดูที่ก้นกะลา ถ้าเป็นสีน้ำตาลเข้ม มะพร้าวจะแก่เกินไปไม่อร่อยค่ะ ต้อง                 ไปคั้นน้ำกะทิแทน)

          จัดขนมใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

          วิธีทำขนมเปียกปูนใบเตยสูตรนี้ สาวกขนมหวานพลาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะทั้งทำง่าย เห็นชัด ๆ ทุกขั้นตอน แถมยังน่ากินอีกด้วย




อ้างอิง http://cooking.kapook.com/view105626.html